โอริงแบบสั่งทำพิเศษ แตกต่างจาก โอริงทั่วไปอย่างไร ?

March 17, 2025

รู้หรือไม่ ! โอริงที่ใช้ป้องกันการรั่วซึมในปัจจุบัน ไม่ได้มีเพียงขนาดมาตรฐานทั่วไปเท่านั้น ในหลายอุตสาหกรรมได้มีการใช้โอริงสั่งทำพิเศษ ที่ออกแบบเฉพาะเพื่อให้เหมาะกับการใช้งานที่ต้องการ แล้วโอริงสั่งทำพิเศษแตกต่างจากโอริงทั่วไปอย่างไร มาทำความเข้าโอริงทั้งสองประเภท เพื่อช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจเลือกโอริงที่เหมาะกับการใช้งานของคุณได้มากที่สุด

โอริง (O-Ring) คืออะไร

โอริง (O-Ring) คือ ซีลยางรูปวงแหวนมีหน้าตัดเป็นทรงกลม ผลิตจากวัสดุต่าง ๆ เช่น ยางสังเคราะห์ และซิลิโคน มีหลากหลายขนาด และคุณสมบัติให้เลือกตามการใช้งาน

หน้าที่ของโอริง

  • ป้องกันการรั่วซึมของของเหลว แก๊ส และแรงดันในระบบ
  • รองรับแรงดัน รองรับแรงดันจากภายในระพบบ เพื่อรักษาประสิทธิภาพของเครื่องจักร
  • ช่วยลดการเสียดสีระหว่างชิ้นส่วนที่เคลื่อนที่ เช่น แกนเพลา ปั๊ม หรือวาล์ว ยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ และระบบทำงานได้อย่างราบรื่น
  • ป้องกันสิ่งสกปรกและฝุ่นละออง ลดโอกาสการเสียหายของอุปกรณ์

ประเภทของโอริง

โอริงสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ตามกระบวนการผลิต ได้แก่ โอริงทั่วไปขนาดมาตรฐาน และโอริงสั่งทำพิเศษ ที่ผลิตขึ้นตามความต้องการของลูกค้า

1. โอริงทั่วไป (Standard O-Ring)

โอริงที่ผลิตขึ้นตามมาตรฐานสากล เช่น เช่น AS568 (อเมริกัน) JIS B2401 (ญี่ปุ่น) และ BS (อังกฤษ) มีขนาด รูปทรง หรือวัสดุ ที่กำหนดไว้เรียบร้อยแล้ว เหมาะกับสำหรับการใช้งานทั่วไปในอุตสาหกรรม

2. โอริงสั่งทำพิเศษ (Custom-Made O-Ring)

โอริงที่ได้รับการออกแบบ และผลิตตามความต้องการของลูกค้า สามารถปรับแต่ง ขนาด รูปทรง วัสดุ และคุณสมบัติพิเศษ ออกแบบให้เหมาะสมกับการนำไปใช้งานในอุตสาหกรรมเฉพาะทาง

ความแตกต่างโอริงทั่วไปและโอริงสั่งทำพิเศษ

  • ขนาดและรูปร่าง

โอริงทั่วไป : ผลิตขึ้นเป็นขนาดมาตรฐานสากล เช่น AS568 (มาตรฐานอเมริกัน) JIS B2401 (มาตรฐานญี่ปุ่น) BS (มาตรฐานอังกฤษ) และมาตรฐานอื่น หาซื้อได้ง่าย มีขนาดให้เลือกหลากหลายเพื่อรองรับการใช้งานในอุตสาหกรรม

โอริงสั่งทำพิเศษ : ผลิตได้ตามความต้องการของลูกค้า ปรับขนาดได้ และไม่จำกัดเฉพาะขนาดมาตรฐาน

  • วัสดุและคุณสมบัติพิเศษ

โอริงทั่วไป : ผลิตจากวัสดุพื้นฐาน คุณสมบัติทั่วไปเหมาะกับงานซีลมาตรฐาน เช่น ยางไนไตรล์ (NBR) ทนน้ำมัน สารหล่อลื่น และยางซิลิโคน (VMQ) ยืดหยุ่นดี ทนต่อสภาพอากาศ

โอริงสั่งทำพิเศษ : ผลิตจากวัสดุที่ออกแบบให้มีคุณสมบัติเฉพาะตัว รองรับการใช้งานอันหนักหน่วงกว่าโอริงทั่วไป เช่น ยางฟลูออโรคาร์บอน (FKM) ทนความร้อนสูงสูงสุด 250°C และสารเคมีรุนแรง อย่างกรด ตัวทำละลาย

  • ความทนทานต่อสภาพแวดล้อม

โอริงทั่วไป : มีความทนทานในระดับมาตรฐาน เหมาะกับการใช้งานทั่วไปที่ไม่ต้องเผชิญกับสภาวะที่รุนแรง ทนต่อ สารเคมีพื้นฐาน เช่น น้ำ น้ำมันไฮดรอลิก และของเหลวทั่วไป

โอริงสั่งทำพิเศษ : มีความทนทานสูง ออกแบบมาให้รองรับสภาวะที่รุนแรง และเฉพาะทาง ทนต่อสารเคมีรุนแรงได้ดีกว่าโอริงทั่วไป เช่น กรดเข้มข้น สารตัวทำละลาย และของเหลวที่มีฤทธิ์กัดกร่อน

อายุการใช้งานและความคุ้มค่า

โอริงทั่วไป : มีอายุการใช้งานเฉลี่ย 6 เดือน – 2 ปี ขึ้นอยู่กับวัสดุ และสภาพแวดล้อมการใช้งาน โอริงทั่วไปมีราคาถูก และหาซื้อได้ง่าย

โอริงสั่งทำพิเศษ : มีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 5-10 ปี หรือมากกว่านั้นในบางสภาวะ โอริงแบบสั่งทำพิเศษ มีต้นทุนที่สูง แต่ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการซ่อมบำรุง และการเปลี่ยนอะไหล่

การเลือกโอริงให้เหมาะกับการใช้งาน

โอริงทั่วไป

  • เลือกตามประเภทของของเหลวหรือแก๊สที่ต้องซีล เช่น น้ำมันไฮดรอลิก น้ำมันเครื่อง เลือกใช้ยางไนไตรล์ (NBR) มีคุณสมบัติทนน้ำมันได้ดี
  • เลือกตามอุณหภูมิของระบบ เช่น อุณหภูมิใช้งานต่ำกว่า 120°C ใช้ยางไนไตรล์ (NBR) หรือใช้ยางเอทิลีนโพรพิลีนไดอีน (EPDM) เป็นวัสดุที่ทนอุณหภูมิในระดับปกติได้ดี และอุณหภูมิใช้งาน สูงถึง 230°C ใช้ยางซิลิโคน (VMQ) สามารถทนความร้อนได้ดีกว่า
  • ต้นทุนและความคุ้มค่า หากเป็นงานที่ต้องเปลี่ยนโอริงเป็นระยะ ๆ ไม่ต้องเผชิญกับสารเคมีรุนแรง การเลือกโอริงทั่วไปเป็นตัวเลือกที่ประหยัดต้นทุน

โอริงสั่งทำพิเศษ

  • เลือกตามประเภทของของเหลวหรือแก๊สที่ต้องซีล เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันไฮดรอลิก ตัวทำละลายอินทรีย์ ใช้ยางฟลูออโรคาร์บอน (FKM) ที่สามารถทนต่อสารละลาย และน้ำมันได้ดี
  • เลือกตามอุณหภูมิของระบบ งานที่ต้องเผชิญกับอุณหภูมิสูงหรือต่ำมากเป็นพิเศษ ต้องเลือกโอริงที่รองรับช่วงอุณหภูมิได้ดี เช่น ทนอุณหภูมิได้ทั้งสูงและต่ำ -40°C ถึง 165°C ใช้ยางไนไตรล์ไฮโดรจิเนต (HNBR)
  • ขนาดและรูปร่างพิเศษ หากเราต้องการโอริงที่มีเล็ก และขนาดใหญ่กว่ามาตรฐาน หรือมีหน้าตัดเฉพาะ จำต้องเลือกโอริงสั่งทำพิเศษ เช่น เครื่องจักรอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ต้องใช้โอริงขนาดใหญ่พิเศษ

ตัวอย่างการใช้งานโอริงทั่วไป VS โอริงสั่งทำพิเศษ

  • ชิ้นส่วนยางเครื่องจักร

โอริงใช้เป็นซีลกันรั่วในระบบไฮดรอลิก นิวแมติก ปั๊ม วาล์วในเครื่องจักรอุตสาหกรรม

โอริงทั่วไป : วาล์ว ปั๊มและเครื่องจักรนโรงงานอุตสาหกรรม ที่ทำงานในสภาพแวดล้อมทั่วไป

โอริงสั่งทำพิเศษ : ระบบปั๊มเคมี ท่อในโรงงานเคมี และเครื่องจักรที่ทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีความร้อนสูง

  • ชิ้นส่วนยางยานยนต์

โอริงเป็นชิ้นส่วนที่ป้องกันการรั่วซึมของของเหลวและแก๊สในระบบต่าง ๆ ของเครื่องยนต์

โอริงทั่วไป : ระบบเครื่องยนต์ น้ำมันเครื่อง และระบบไฮดรอลิกเบรก

โอริงสั่งทำพิเศษ : ระบบเชื้อเพลิงแรงดันสูง ซีลเครื่องยนต์สัมผัสไอน้ำมัน

  • ชิ้นส่วนยางครัวเรือน

โอริงเป็นชิ้นส่วนที่ป้องกันการรั่วซึมของน้ำ แก๊ซ หรือของเหลว รวมถึงช่วยลดแรงเสียดทาน และความทนทานของอุปกรณ์

โอริงทั่วไป : ก็อกน้ำ ระบบท่อน้ำ เครื่องกรองน้ำ และฝาปิดขวดสุญญากาศ

โอริงสั่งทำพิเศษ : เครื่องชงกาแฟ อุปกรณ์เครื่องใช้ที่ต้องทนสารเคมี และตู้เย็น

โอริงทั่วไปมีขนาดมาตรฐาน ราคาประหยัด หาซื้อง่าย ส่วนโอริงสั่งทำพิเศษถูกออกแบบให้เหมาะสมกับการใช้งานทนความร้อน และสารเคมีสูง ดังนั้นการเลือกโอริงที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้มากขึ้น หากต้องการโอริงที่มีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นขนาดมาตรฐาน หรือโอริงสั่งทำพิเศษ ทาง NP Polymer พร้อมดูแลคุณ เราสามารถผลิตโอริงตั้งแต่ขนาดเล็กจนไปถึงขนาดใหญ่พิเศษ รองรับทุกการใช้งานของคุณ


📱Tel: 02-8706956, 064-1519829, 064-2426545

🔷 Facebook: NP Polymers รับผลิตชิ้นส่วนยางอุตสาหกรรม

🟢 Line: https://line.me/ti/p/l_lvgDnb5-

บทความที่คุณอาจสนใจ